Forums

Forums (http://www.rottourthai2.com/index.php)
-   คลังความรู้เกี่ยวกับรถทัวร์ไทย (http://www.rottourthai2.com/forumdisplay.php?f=25)
-   -   [เอกสารเก่าเกี่ยวกับรถทัวร์ไทย]สัมภาษณ์พิเศษ คุณถาวร นิโรจน์ เจ้าของถาวรฟาร์ม (http://www.rottourthai2.com/showthread.php?t=4724)

Phong 03-12-2010 05:44 PM

[เอกสารเก่าเกี่ยวกับรถทัวร์ไทย]สัมภาษณ์พิเศษ คุณถาวร นิโรจน์ เจ้าของถาวรฟาร์ม
 
สัมภาษณ์พิเศษ คุณถาวร นิโรจน์ เจ้าของถาวรฟาร์ม

จากหนังสือครบรอบวันสถาปนาบริษัทขนส่ง จำกัด ปีที่ 51 พ.ศ.2524 หน้า 74 โดย เกริกศักดิ์ กองศิลป์



จากชั้นหนังสือภาษาไทย หมวด He ชั้น 3 หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม


1. บทนำ

โดยที่ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของบริษัทขนส่ง จำกัด ก็คือจัดระเบียบรถร่วม และให้ความเป็นธรรมแก่รถร่วมทุกคัน ประกอบกับตามข้อเท็จจริงปรากฎว่า ในจำนวนรถที่ติดตรา บขส. ที่วิ่งอยู่ทั้งหมดประมาณ 5,000 คัน ทั่วประเทศนั้น ร้อยละ 90 เป็นของรถร่วม และมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ที่เป็นรถของบริษัทขนส่ง จำกัดเอง ดังนั้น การที่ท่านผู้อ่านจะทำความรู้จักกับเจ้าของรถร่วมสำค ัญสักรายหนึ่ง น่าจะทำให้เห็นภาพพจน์และมีความเข้าใจเกี่ยวกับข่ายง านการเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด ดียิ่งขึ้น

และโดยที่บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด เป็นบริษัทรถร่วม บขส. ที่มีชื่อเสียง(ในยุคนั้น) เป็นที่คุ้นหูของประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผู้ซึ่งนิยมนั่งรถปรับอากาศชั้ น 1 สายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ เป็นอย่างดี จึงขอนำเสนอเรื่องบางตอนจากการสัมภาษณ์คุณถาวร นิโรจน์ เจ้าของและประธานกรรมการบริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด ซึ่งสัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2523 ณ สำนักงานบริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด จังหวัดนครสวรรค์ ดังต่อไปนี้...



2. ทำไมจึงเป็นถาวรฟาร์ม

บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด แม้จะจดทะเบียนเป็นบริษัท จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2506 แต่ตามความเป็นจริงแล้ว กิจการของบริษัทฯ นับตั้งแต่คุณถาวร นิโรจน์ ซื้อรถคันแรกมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด ก็มีอายุถึง 30 ปีแล้ว (ตอนนั้นปี 2523 ก่อตั้งมา 30 ปี ก็ต้องก่อตั้งในปี 2493) และขณะนี้ ก็มีรถโดยสารทั้งสิ้น 290 คัน โดยเป็นรถปรับอากาศชั้น 1 จำนวน 50 คัน

เรื่องของเรื่องก็เนื่องมาจากว่า เมื่อคุณถาวร ซึ่งเป็นชาวนครสวรรค์โดยกำเนิดและได้รับการศึกษาจากโ รงเรียนประจำจังหวัดชาย จนกระทั่งจบชั้น ม.2 แล้วก็ไปเรียนต่อที่เทพศิรินทร์ในกรุงเทพฯ จนสำเร็จ แล้วก็ไปเรียนอาชีวะ เสร็จแล้วก็ต้องอพยพหลบลูกระเบิดของสงครามโลกครั้งที ่ 2 ย้ายไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกลับมาเริ่มอาชีพครั้งแรกที่จังหวัดนครสวรรค์ในปี พ.ศ.2493

“พ่อค้าในตลาดนครสวรรค์ เป็นคนจีนส่วนใหญ่ เขาพยายามไม่ยอมให้เราเข้าไปมีส่วนในกิจการของเขา มีแต่จะชวนให้เราเป็นลูกจ้างอยู่อย่างเดียว” คุณถาวรกล่าวและเล่าต่อไปว่า “เราก็เลยคิดว่า ควรจะมีหุ้นส่วนเป็นของตนเอง เพราะไม่อย่างนั้น อนาคตของเราก็ไม่สามารถที่จะก้าวหน้า หรือเดินก้าวไปได้”

คุณถาวรขณะนั้นอายุ 23 ปี ก็เลยตัดสินใจซื้อรถคันแรกมา 1 คัน จากบริษัทดีทแฮม โดยซื้อเป็นเงินผ่อน ในราคาคันละ 42,000 บาท เป้นรถออสติน 530 แล้วก็นำมาต่อตัวถังเสร็จแล้ว นำมาวิ่งจากอำเภอเมืองวไปอำเภอบรรพตพิสัย ต่อมาอีก 3 ปี เมื่อผ่อนรถคันแรกหมด ก็ซื้อรถคันที่ 2

“ลักษณะของรถโดยสารในสมัยนั้น มันไม่เหมือนกับรถบัสอย่างเป็นอยู่ในขณะนี้” คุณถาวรอธิบายให้ฟัง “มันเป็นรถแบบครึ่งบรรทุกครึ่งโดยสารแบบลักษณะรถสองแ ถว ขาไปจากอำเภอเมืองไปอำเภอลาดยาว เราก็รับคนโดยสารไป แล้วขากลับจากอำเภอลาดยาวมาอำเภอเมือง เราก็รับจ้างบรรทุกข้าวเปลือกมาจ่ายให้กับทางโรงสีเข า”

พอหลังจากคุณถาวรมีรถประมาณ 4 คัน ระยะนั้นก็บรรทุกผู้โดยสารไปยังอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เที่ยวกลับบรรทุกข้าวมาวันละประมาณ 20 เกวียนเป้นประจำ ทำให้กิจการของคุณถาวรมีรายได้ที่แน่นอน

ระยะนี้เองคุณถาวร มีเวลาว่างจากกิจการเดินรถและวันหนึ่งก็เดินทางไปกรุ งเทพฯ เดินผ่านหน้าร้านรวงทอง หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ก็เห็นป้ายเขียนประกาศเชิญชวนให้ซื้อไก่นกกระทาให้ไป เลี้ยง โดยเขียนว่า “เลี้ยงง่ายตายยาก ไข่มากกินน้อย”

ด้วยนิสัยรักสัตว์ คุณถาวรจึงได้ซื้อไก่นกกระทามาเลี้ยง 4-5 ตัว แล้วก็ซื้อหนังสือของหลวงสุวรรณวาจกสิกิจ มาอ่านเล่มหนึ่ง เล่มสอง แล้วเกิดความสนใจ ใช้เวลาว่างที่มีหลังปล่อยรถแล้ว (ปล่อยรถตี 4 ถึง 2 โมงเช้า) อ่านตำราเลี้ยงไก่และไปซื้อลูกไก่มาจากมหาวิทยาลัยเก ษตรศาสตร์ครั้งแรก 25 ตัว ต่อมาก็เพิ่มเป็น 50-100 ตัว ทดลองอยู่ 3-4 ปี หาสถิติ ข้อมูล ทดลองและศึกษา จากการอ่านตำราต่างๆ จนมั่นใจ จึงได้ขยายงานการเลี้ยงไก่เป็น 500 ตัว เป็น 1,000 ตัว 2,000 ตัว จนกระทั่งภายหลังเลี้ยงถึง 4-5 หมื่นตัว

ระยะนั้นมีการสร้างเขื่อนภูมิพลมีคนงานมากประมาณ 10,000 คน ประกอบกับยังไม่มีใครเลี้ยงไก่กันมากนัก คุณถาวร จึงได้ส่งไข่ไปขายที่เขื่อนประมาณวันละ 5,000 – 10,000 ฟอง ที่เหลือก็ส่งไปขายในตัวจังหวัดใกล้เคียงหลายจังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก ไล่ลงมา กำแพงเพชร และชัยนาท

นอกจากนี้ คุณถาวร ยังสั่งไก่พันธุ์ดีๆ จากสหรัฐฯ เข้ามาผสมขาย มีกิตติศัพท์ไปไกลถึงจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม

ประกอบกับกิจการเดินรถโดยสารก็ดีขึ้น เพราะการคมนาคมดีขึ้น เส้นทางเดินรถของคุณถาวร ก็ขยายยาวขึ้น

คุณถาวรก็เกิดความคิดหาวิธีการโฆษณากิจการของฟาร์มเล ี้ยงไก่ไข่ โดยเขียนโฆษณาติดที่กันชนของรถโดยสารว่า “ถาวรฟาร์ม” ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง วิ่งรถไปทั่วภาคเหนือทั้งหมด

คุณถาวรสรุปว่า “ต่อมามีการขอสัมปทานรถ แล้วทางกระทรวงคมนาคมก็บอกผู้ที่จะมีสิทธิ์ขอสัมปทาน ได้ ควรจะต้องเป็นนิติบุคคล” คุณถาวรเลยตัดสินใจจดทะเบียนบริษัทฯ เมื่อปี พ.ศ.2506 โดยใช้เชื่อว่า “บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด”

Phong 03-13-2010 05:31 PM

3.เข้าร่วมวิ่งกับบริษัทขนส่ง จำกัด

คุณถาวรเล่าว่า บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด ได้เข้าเป็นรถร่วม บขส. ตั้งแต่ปี พ.ศ.2506 โดยแรกเริ่มนั้น สัมปทานของบริษัทขนส่ง จำกัด มีเพียงจากกรุงเทพฯ ไปนครสวรรค์เท่านั้น แต่จากนครสวรรค์ขึ้นไปนั้น บริษัทขนส่ง จำกัด ยังไม่ได้รับสัมปทาน ขณะเดียวกันรถส่วนใหญ่ของคุณถาวร วิ่งจากนครสวรรค์ ไปจังหวัดต่างๆ ในภาคเหนือ



ต่อมา บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด ขยายเส้นทางเปิดเดินรถตั้งต้นจากกรุงเทพฯ จึงไปทับเส้นทางของบริษัทขนส่ง จำกัด ทาง บขส. โดยคุณมงคล เอมอมร เป็นผู้จัดการในสมัยนั้น ก็ได้มอบหมายให้ คุณลออ บุญสา ผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด ในปี 2523 ไปชักชวนขอให้บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด มาเข้าร่วมวิ่งกับบริษัทขนส่ง จำกัด จะได้เดินรถในช่วงที่ทับเส้นทางได้โดยไม่มีปัญหาอะไร



4.ริเริ่มการให้บริการเดินรถยนต์โดยสารตอนกลางคืน

คุณถาวรเล่าว่า “ต่อมาในระยะหลังจากเราเข้าร่วมวิ่งกับบริษัทขน ส่ง จำกัด ได้ประมาณ 2-3 ปี ผมจำไม่ได้แน่ ผมก็ได้ปรึกษากับคุณมานิตย์ (คุณมานิตย์ อสุนีย์ ณ อยุธยา) ว่าความจริงแล้วการเดินทางควรใช้เวลาเดินทางกลางคืน เพราะว่าการเดินทางกลางคืนจะเป็นการประหยัดเวลาขอนัก ธุรกิจและในเวลากลางวันของวันรุ่งขึ้น เมื่อรถถึงปลายทาง เขาจะได้ทำงานได้เลย



“ตกลงตัดสินใจแล้ว เราก็ไปบอกกับผู้จัดการ บขส. ซึ่งรู้สึกว่าระยะนั้นมีการเปลี่ยนผู้จัดการจากคุณมง คล เอมอมร เป็นพันเอกขุนแผน กระหม่อมทอง ผู้จัดการฯ ก็หัวเราะและว่าเลือกเอาเลยถาวร ไม่มีใครเขาวิ่งกลางคืน เราก็เริ่มวิ่งสองคนกับคุณมานิตย์ โดยสลับกันวิ่งคนละคืน เริ่มวิ่งระยะแรกประมาณ 3-4 เดือน คนก็เต็ม แทนที่จะวิ่งคันเดียวก็วิ่งเพิ่มเป็น 2-3 คัน คนก็เริ่มนิยมใช้”



“ระยะนั้นก็มีองค์การสหประชาชาติ เขาส่งคนมาแนะนำเกี่ยวกับการคมนาคมของการรถไฟ ให้รถไฟเปิดเดินเที่ยวกลางคืนเหมือนอย่างต่างประเทศเ ขาทำอยู่ แต่รถไฟก็ยังไม่เดินรถเที่ยวกลางคืน การรถไฟยังมองไม่เห็น หลังจากนั้นแล้วประมาณ 2-3 ปี รถไฟจึงเปิดเดินรถเที่ยวกลางคืน จนกระทั่งเที่ยวกลางคืนของเราเที่ยวทุ่ม สองทุ่ม สามทุ่ม สี่ทุ่ม ระยะหลังๆ คืนหนึ่งๆ เราออกถึง 20 คัน”

“หลังจากนั้นเส้นทางอื่นๆ เจ้าอื่นๆ ก็เริ่มเอาอย่างตามกันมากขึ้น จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ มีการเดินรถกลางคืนมากกว่ากลางวันในเกือบทุกเส้นทาง”

Phong 03-13-2010 05:34 PM

5.ทดลองเดินรถโดยสารปรับอากาศเป็นรายแรก

คุณถาวรเล่าให้ฟังว่า “แม้แต่รถปรับอากาศ ผมก็เป็นคนแรกที่สั่งมาวิ่ง คือเรามองดูสภาพทางจากนครสวรรค์ – ลำปาง – เชียงใหม่ มันยังเป็นทางลูกรัง ฝุ่นเยอะ ทำให้คนโดยสารท้อและหันไปขึ้นรถไฟ เราก็มาคิดดูว่า ถ้าเรามีรถยนต์โดยสารปรับอากาศมาวิ่งแล้ว คนก็คงจะหันมานิยมใช้ ดังนั้น ในปี พ.ศ.2510 ผมก็เลยตัดสินใจสั่งรถยนต์โดยสารปรับอากาศมาทดลองวิ่ ง 2 คัน เป็นยี่ห้อฮีโน่ประกอบสำเร็จมาเรียบร้อย ราคาในขณะนั้นคันละ 7 แสนบาท”



“พอเราวิ่ง คนก็เต็มรถ จนทางการรถไฟส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาพบผม 3 คนครับ คือ เขามีกรรมการเกี่ยวกับการจัดการเดินรถอยู่ 7-8 คน เขามาพบผม 3 คน ถามว่า ผมมีจุดมุ่งหมายในการเดินรถปรับอากาศอย่างไร ผมก็ได้ชี้แจงไปว่า ทางรถไฟอาจจะไม่กระทบกระเทือน เพราะรถเรายังน้อย และอีกประการหนึ่ง คนที่มาใช้รถยังคำนึงถึงความปลอดภัย เพราะระยะนั้นรถไฟปลอดภัยกว่า แต่เสียเวลามากกว่า โดยวิ่งกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ในระยะนั้น รถไฟใช้เวลาเดินทางนานถึง 1 วัน ส่วนรถทัวร์ในตอนนั้นใช้เวลาเดินทาง 18 ชั่วโมง เพราะทางยังไม่ดี”



“ปีต่อมา ผมสั่งรถโดยสารปรับอากาศเพิ่มอีก 4 คัน และอีกปีหนึ่งก็สั่งเพิ่มอีก 6 คัน และเราใช้รถยนต์โยสารปรับอากาศอยู่หลายปี ก่อนที่ต่อมาจะเกิดปัญหารถทัวร์ผิดกฎหมาย อันนี้ท่านผู้จัดการลออ และท่านขุนแผน กระหม่อมทอง ทราบดี”

6.ทรรศนะคติเกี่ยวกับปัญหารถผิดกฎหมาย

คุณถาวร ให้ทรรศนะเกี่ยวกับปัญหารถทัวร์ผิดกฎหมายว่า สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะบริษัทขนส่ง จำกัด ขยายเส้นทางของบริษัทฯ เองก็ดี หรือของรถร่วมก็ดีช้าเกินไป ไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน โดย คุณถาวร มีความเห็นว่า ในบางเส้นทาง ถ้า บขส. ไม่สามารถที่จะขยายได้ ก็ควรให้รถร่วมขยายออกไป ก็จะเป็นการรับกับจำนวนพลเมืองที่เพิ่มขึ้น

คุณถาวรเล่าว่า “สมัยที่ผมเป็นกรรมการบริหาร บขส. (บอร์ด บขส.) ผมเคยชี้แจงในที่ประชุมและเคยพูดกับท่านอธิบดีกรมการ ขนส่งทางบก ท่านก็เห็นด้วยว่าปีหนึ่งๆ ควรจะเพิ่มรถให้รถร่วมหรือรถของบริษัทขนส่ง จำกัด อย่างน้อย 5-10% แต่แล้วนโยบายอันนี้ของ บขส. ก็ไม่ได้ทำ”

“เพราะฉะนั้น เมื่อเราไปกักเอาไว้จนกระทั่งรถของเราไม่พอแก่ความต้ องการของประชาชน ก็มีคนที่ฉวยโอกาสเอาช่องโหว่อันนี้เข้ามาทำรถทัวร์”



คุณถาวรให้ความเห็นต่อไปว่า “ตานี้ฝ่ายเรา เป็นพวกที่อยู่ในควบคุมตามกฎหมาย ทำตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก ทำตามระเบียบของบริษัทขนส่ง จำกัด แต่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายที่ฉวยโอกาสเข้ามา ดังนั้น เมื่อเขาไม่กลัวความผิด ไม่กลัวกฎหมายเขาก็ทำ เมื่อทำไปโดยฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว เขาก็ได้เปรียบ”

“การปราบปรามก็ไม่ได้รับความร่วมมือในระยะแรก ถ้าได้รับความร่วมมือจากทางตำรวจ ทางบ้านเมือง ปัญหารถผิดกฎหมายก็จะไม่มี”

“ในระยะแรก เราปล่อยปละละเลย และทางรัฐบาลก็คิดว่าคล้ายๆ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ปล่อยไปจนกระทั่งรถผิดกฎหมายเต็มบ้านเต็มเมือง”

“พอมันเต็มขึ้นมาแล้ว เราจะทำลายลงไป มันก็เสียเศรษฐกิจ ก็เกิดเป็นปัญหาขึ้นมา จำเป็นจะต้องยอมรับคนผิดให้กลายเป็นคนถูก”

“ตอนนี้ก็เลยเกิดปัญหาการได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะเจ้าของรถร่วมไม่มีโอกาสได้ขยายกิจการ เพราะต้องทำตามกฎข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก และของ บขส. ขณะเดียวกัน ฝ่ายรถทัวร์ผิดกฎหมาย ขยายตัวได้เต็มที่เลย เข้ามาเอาส่วนที่เป็นส่วนเกินเอาไปหมดเลยแล้ว ยังเกินแก่ความต้องการด้วยซ้ำในเวลานี้”

“ถ้าเราจะยึดเอารถพวกนี้ ซึ่งหมายถึงรถทัวร์ผิดกฎหมาย ไปทำลายเสีย ก็จะเป็นการทำลายเศรษฐกิจ มันก็เกิดเป็นปัญหาเข้ามา เราก็ต้องยอมรับสภาพ”

“เมื่อยอมรับสภาพของเขาเข้ามาแล้ว ผมว่าควรจัดให้ฝ่ายเจ้าของรถร่วมให้เขาอยู่ได้ เขาเลี้ยงตัวได้ สมมติเอาง่ายๆ เลยว่า อย่างเมื่อมีการประชุมสมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ และท่านรัฐมนตรีประสงค์ ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนที่จะรวมกัน ผมก็เข้าประชุมด้วย ผมก็ยกตัวอย่างให้ที่ประชุมฟังว่า เวลานี้อย่างกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ มีผมกับบริษัทยานยนต์นครสวรรค์(ทันจิตต์ทัวร์) ที่วิ่งอยู่ทั้ง 2 บริษัท ระยะนั้น มีรถที่ทำสัญญาเป็นรถร่วมกับ บขส. เพียงบริษัทละ 4 คัน รวมเป็น 8 คัน เพราะว่าบริษัทขนส่ง จำกัด ไม่ยอมขยายให้ แต่รถทัวร์ที่ทำผิดกฎหมายเอามาวิ่งอยู่ 70 กว่าคันแล้ว ถ้าเรายอมรับเอาไว้ 70 คันมาหมุนเวียนคิวกับผมกับยานยนต์นครสวรรค์ ก็พอดีเลย เดือนหนึ่งๆ ผมจะวิ่งเพียงเที่ยวเดียว หรืออาจจะไม่ได้วิ่งเลย”

“คนที่ทำถูกกฎหมายมาตลอด อยู่ในข้อบังคับ แต่กลายเป็นผู้ที่เสียเปรียบ แล้วกับคนที่ทำผิดกฎหมาย กลายเป็นผู้ที่ชุบมือเปิบ ไม่ยุติธรรมกับพวกผม”

“ทางที่ประชุมก็เลยบอกว่าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ก็ควรจะกำหนดออกมาใหม่ รัฐมนตรีประสงค์ท่านก็บอกว่า รถทั้งหมดควรจะจัดเป็นรูปนิติบุคคล โดยให้รถทัวร์ผิดกฎหมายรวมกันขึ้น มาเป็นรูปแบบบริษัท โดยยกตัวอย่างเช่น ให้เป็นบริษัทขนส่ง จำกัด บริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด และบริษัทยานยนต์นครสวรรค์ จำกัด และให้รถทัวร์ผิดกฎหมายรวมกันเป็นบริษัทจำกัด จึงจะมีทั้งหมด(ในเส้นทางหนึ่งๆ ) รวมทั้งหมด 4 บริษัท และจะห้ามไม่ให้เกิน 4 บริษัท หมุนคิวกันโดย จะเอาจำนวนรถมาบีบเจ้าของรถร่วมเดิมไม่ได้”

“ในระยะหลัง ทางบริษัทขนส่ง จำกัด เขาก็เริ่มเพิ่มจำนวนรถมาให้อะไร มาให้ตามข้อเท็จจริง แต่ว่าการรวมตัวเวลานี้ ทางรถทัวร์เขาก็พยายามเกี่ยง คือเกี่ยงของเขาก็เพื่อ 2-3 อย่างได้แก่

1. ทางบริษัทขนส่ง จำกัด เก็บเงินค่าเส้นทาง เขาไม่อยากเสียอันนี้ข้อหนึ่ง เขาก็พยายามต่อสู้
2. เขาพยายามเอารัดเอาเปรียบเจ้าของรถร่วมที่มีอยู่เดิม

“เพราะฉะนั้น ปัญหานี้อาจจะต้องเจรจากันอีกนาน คือจะแยกออกเป็นอิสระก็ดี หรือว่าจะร่วมวิ่งกันกับบริษัทขนส่ง จำกัด ก็ดี ก็ยังมีปัญหาข้างหน้าอีกเยอะ”

Phong 03-13-2010 05:37 PM

7.ความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงอัตราค่าโดยสาร

คุณถาวรให้ความเห็นไว้ว่า “ที่ผ่านมา อัตราค่าโดยสารได้ขึ้นครั้งหนึ่ง แต่น้ำมันได้ขึ้นมา 3-4 ครั้ง ได้ปรับอัตราค่าโดยสารครั้งหนึ่งมาแล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2522 เราได้ขอเพิ่มค่าโดยสารเพียงกิโลเมตรละ 4 สตางค์ ในขณะที่ราคาน้ำมันขึ้นไปเกือบๆ เท่าตัว ระยะนั้นขึ้นไปรู้สึกว่าประมาณ 2 บาทกว่า



“พอเราขอไปก็พอดีเปลี่ยนรัฐบาล เราก็รอรัฐบาลใหม่ (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น) รัฐบาลใหม่ก็รับไปพิจารณาว่าจะให้กิโลเมตรละ 3 สตางค์ แต่ต้องรอให้ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ(ขสมก.) ขึ้นราคาก่อน แล้วพอหลังจากขึ้นให้ ขสมก. แล้ว ก็ขอให้การรถไฟขึ้นราคาก่อน แล้วจึงจะขึ้นค่าโดยสารรถทัวร์ให้”



“ผมเข้าใจว่าทางรัฐบาลต้องการถ่วงอันนี้ไว้ โดยให้มีการน้ำมันเดือนมกราคม 2524 นี้อีกครั้งก่อน แล้วจึงจะอนุญาตอันนี้ออกมา เพื่อจะไม่ให้รถขนส่งของเราขอเพิ่มขึ้นมาอีก ผมคิดว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล จึงถ่วงเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2522”

8.ทำงานให้กับสังคม

นอกจากคุณถาวร นิโรจน์ จะเป็นเจ้าของและเป็นประธานกรรมการบริษัทถาวรฟาร์ม จำกัดแล้ว คุณถาวรยังเป็นนายกเทศมนตรีของเทศบาลเมืองนครสวรรค์อ ีกด้วย

คุณถาวรได้ตอบข้อซักถามในชีวิตด้านนี้ว่า...

“เราก็สร้างครอบครัวจนเป็นปึกแผ่นแล้ว ในด้านการศึกษาของลูก เราก็ได้ให้การศึกษาอย่างดีที่สุดหมดทุกคนแล้ว และเขาก็โตแล้ว พอจะเริ่มประกอบอาชีพได้ เราก็ควรจะมอบงานให้เขาทำเพื่อเป็นการฝึกและเป็นการห าประสบการณ์ ผมก็เลยคิดว่ามันถึงเวลาควรที่จะต้องทำงานให้กับสังค ม เพราะว่าในเมื่อเราประกอบอาชีพส่วนตัวของเราจนสำเร็จ เป็นปึกแผ่นแล้ว ก็มีอยู่ว่าในด้านสังคม เราก็ควรจะให้มากขึ้น ผมก็เลยตัดสินใจเข้ารับหน้าที่ตำแหน่งนายกเทศมนตรี



ความจริงชีวิตทางการเมืองและการรับใช้สังคมของคุณถาว รนี้ได้พยายามเริ่มต้นมาแล้วเมื่ออายุ 24 ปี แต่ไม่สำเร็จ โดยคุณถาวรเล่าว่า “เดิมเลยในตอนที่ผมเริ่มมาประกอบอาชีพ ผมก็ไปสมัครเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ในระยะนั้นเขากำหนดให้มีอายุ 25 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สมัครได้ ผมไปเขียนใบสมัครเสร็จแล้วอายุ 24 ปี ปลัดเทศบาลบอกว่ารับสมัครไม่ได้ ก็เลยไม่ได้สมัครมาครั้งหนึ่ง”

“ต่อมาอีกสมัยหนึ่ง (ระยะนั้นเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกันสมัยละ 5 ปี) เขามีการสมัครรับเลือกตั้ง ผมก็ไปเขียนใบสมัครอีก ปรากฏว่าตอนนั้นผมมีอายุเกิน 25 ปีแล้ว แต่เขาก็บอกว่าไม่ได้หรอก ก็เพราะว่าเขากำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครใหม่ เป็นอายุ 30 ปี ผมก็เลยไม่ได้สมัครอีก”



“พอมาถึงปี พ.ศ.2500 ก็มีประกาศใหม่ เปลี่ยนเป็นว่าเพียงผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว อายุ 22 ปีก็สมัครได้ ผมก็เลยไปสมัคร ในตอนนั้นอายุ 29 ปี (แสดงว่าลุงถาวร เกิดปี พ.ศ.2471) พอสมัครแล้วผมก็ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) และได้ถูกขอร้องให้เป็นเทศมนตรี แต่ไม่สามารถที่จะรับตำแหน่งนี้ได้ เพราะจะต้องประกอบอาชีพ”

ดังนั้น ชีวิตด้านการรับใช้สังคมจึงเริ่มแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และขณะนี้ ได้ตกลงใจจะอุทิศตนเองให้กับการทำงานให้กับสังคมอย่า งเต็มที่แล้ว

Phong 03-13-2010 05:48 PM

9.เปรียบเทียบลักษณะการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐก ับธุรกิจเอกชน

คุณถาวรได้อรรถาธิบายจากประสบการณ์อันยาวนานว่า “เราอยู่ในวงการงานของเทศบาลมาถึง 23 ปี(ตั้งแต่ปี 2500) เป็นสมาชิกสภาเทศบาลติดต่อกันมา เราก็ศึกษางานในนั้นพอจะรู้ปัญหา แต่ระเบียบปฏิบัติราชการ เขาจำเป็นที่จะต้องวางเอาไว้ให้เรา เพราะว่าคนทั้งประเทศมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ถ้าหากเขาปล่อยให้บางสิ่งบางอย่างเกิดช่องโหว่ขึ้นมา มันก็เกิดปัญหาคอรัปชั่น จึงได้จำเป็นต้องวางระเบียบไว้ให้รัดกุม เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะไปทำงานให้เร็วเหมือนอย่างธุรกิจของเรา มันก็ย่อมทำไม่ได้”



“เวลานี้ผมก็เดินทางสายกลาง เพราะว่างานบางอย่างในบริษัทของเราเมื่อตัดสินใจแล้ว อาจจะสั่งวันนี้ พรุ่งนี้เสร็จเลยก็ได้หรือตัดสินใจว่าเราต้องการอย่า งนี้ พรุ่งนี้เราก็สั่งซื้อเลย ในด้านงานเทศบาลเราจะทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าเราตัดสินใจแล้ว เราก็ต้องดูระเบียบ วิธีการซื้อก็ต้องประกวดราคา สืบราคาอะไรออกมา แทนที่เราจะสามารถทำงานให้เสร็จภายใน 1-2 วัน บางทีก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน”



“เพราะฉะนั้น ในด้านธุรกิจกับในด้านราชการ มันอาจจะต้องช้ากว่ากัน เวลานี้ผมพยายามปรับให้เหลือสายกลาง คือพยายามให้เร็วขึ้น เพ่อให้มันต่อเหตุการณ์ คือมันให้คล่องตัวขึ้นมา”

10.บทสรุปและเคล็ดลับในการสร้างความสำเร็จในชีวิต

จากการศึกษาข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ของคุณถาวร จะเห็นได้ว่าคุณถาวร เป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในชีวิตท่านหนึ่ง ที่สร้างตนเองขึ้นมาจากลำแข้งและน้ำพักน้ำแรงของตนเอ ง และเป็นตัวอย่างของชีวิตการต่อสู้ของเจ้าของรถร่วม บขส. รายหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยมาศึกษา



ต่อคำถามเกี่ยวกับเคล็ดลับในการสร้างความสำเร็จในชีว ิต คุณถาวรก็ไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย โดยได้ให้อรรถาธิบายว่า เงื่อนไขประการต่างๆ ที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้นั้น ระบุว่าต้องประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ดังนี้ คือ

1. เราต้องมีจุดมุ่งหมายในชีวิต
2. เสร็จแล้วเราก็ต้องเริ่มประกอบอาชีพ
3. ในการประกอบอาชีพจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ.-
- ขยัน
- ต้องต่อสู้ ไม่ท้อถอย
- การตัดสินใจ ต้องพิจารณาความเหมาะสมโดยยึดถือการเดินทางสายกลาง
- สร้างความไว้วางใจให้ลูกค้า
- สร้างเครดิต(ความน่าเชื่อถือ)
- มีความซื่อสัตย์
- เป็นคนตรงต่อเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องเงิน

จบการนำเสนอบทสัมภาษณ์พิเศษ คุณถาวร นิโรจน์ เจ้าของถาวรฟาร์ม โดย บขส.
ซึ่ง ณ เวลานี้คุณถาวร นิโรจน์ ได้ล่วงลับไปจากโลกนี้ ด้วยโรคมะเร็งตับครับ

สำหรับกิจการเดินรถของถาวรฟาร์มในปัจจุบัน มีเส้นทางเดินรถหลายสายประกอบด้วย

สาย 95 กรุงเทพฯ - นครสวรรค์
สาย 962 กรุงเทพฯ - เชียงของ
สาย 114 นครสวรรค์ - กำแพงเพชร
สาย 115 นครสวรรค์ - ตาก
สาย 118 นครสวรรค์ - เชียงใหม่
สาย 119 นครสวรรค์ - คลองขลุง
สาย 566 นครสวรรค์ - ขอนแก่น
สาย 572 พิษณุโลก - นครราชสีมา
สาย 657 นครสวรรค์ - สุโขทัย
สาย 662 พิษณุโลก - เชียงราย
สาย 663 นครสวรรค์ - เชียงราย
สาย 665 นครสวรรค์ - ลานกระบือ
สาย 694 นครสวรรค์ - น่าน



หากใครจะนำบทความชิ้นนี้ ไปเผยแพร่ต่อที่เว็บอื่น

เอาไปเผยแพร่เราไม่ว่า ขอเพียงแค่ให้เครดิตเจ้าของข้อมูลด้วยนะครับ เพราะเจ้าของข้อมูล ได้สละทั้งเวลา ทุนทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลตรงนี้ ผมทำด้วยใจเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้อ่านทุกท่าน โปรดให้เกียรติกันด้วยนะครับ

จะแสดงความคิดเห็นอย่างไร เชิญตามสะดวกเลยครับ ขอบคุณครับ

:)

BTMCTLA 03-13-2010 06:10 PM

ถาวรฟาร์ม
หมดคุณถาวร ตัวบริษัทก็หมดกัน

วัฏจักรชีวิต มีขึ้นแล้วก็มีลง มีเริ่มต้นก็มีสิ้นสุด
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


:confused:

Namayday 03-13-2010 08:28 PM

น้องพงษ์ครับ

ขอบคุณมากสำหรับประวัติของถาวรฟาร์ม ที่แท้ก็มีที่มาจากฟาร์มไก่ไข่นกกระทานี่เอง

ถาวรฟาร์ม จดทะเบียนเป็นบริษัทในปี 2506 ก่อนผมเกิด 1 ปี ผมเติบโตมาพร้อมๆกับถาวรฟาร์ม และ บขส. เห็นวิวัฒนาการของบริษัททั้งสองนี้มาตลอดเท่าที่พอจะ จำความได้ สมัยก่อนนี้ใครจะเดินทางภาคเหนือ ก็เขาหละครับ ถาวรฟาร์ม ถาวรฟาร์มเท่านั้นครับ

น้องพงษ์ เป็นนักค้นคว้า อุตส่าห์หาข้อมูลเก่าๆมาให้พวกเราได้อ่านกัน ท่าทางจะเป็นนักประวัติศาสตร์ หรือไม่ก็นักโบราณคดี ผมเองชื่นชอบผลงานของน้องพงษ์มาโดยตลอด ตั้งแต่ผมเข้ามาในเวปนี้ใหม่ๆ
ผมเลยอยากถือโอกาสนี้ตั้งชื่อ หรือให้สมญานามน้องพงษ์เพื่อเป็นเกียรติประวัติครับ

ขอให้สมญานามน้องพงษ์ ว่า "น้องพงศาวดาร" ครับ ผมว่าชื่อนี้ สำหรับน้องพงษ์แล้ว มันใช่เลยครับ

nikorn 03-14-2010 02:14 AM

:) ได้อ่านประวัติแล้วก็ได้รู้ที่มาที่ไปของ ถาวรฟาร์ม แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย
ที่ถาวรฟาร์มต้องหายไปจากสาย 18 อย่างไรเสียก็ต้องยกย่อง ถาวรฟาร์ม
ที่เป็นผู้บุกเบิกเส้นทาง กรุงเทพ-เชียงใหม่

สุดท้ายนี้ก็ขอไว้อาลัยแด่คุณ ถาวร นิโรจน์ ที่ล่วงลับไปแล้ว

คุณนู๋ 03-28-2010 10:03 PM

น้องพงษ์เชื่อหรือไม่พอพี่นู๋พลอยเกิดมาจำความได้ก้อ ได้ยินชื่อ "ถาวรฟาร์ม" แล้ว สมัยพ่อพี่นู๋พลอยขึ้นไปภาคเหนือ เวลาลูกๆ ไปส่งที่หมอชิต(เก่า) ด้วยความสงสัยนะว่าไปยังงัย พ่อก้อบอกว่าไป "ถาวรฟาร์ม" ตลอด

ดีใจกับน้องพงษ์ที่ชงเรื่องนี้ได้สำเร็จ และคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับเวป รถทัวร์ไทย แน่ๆ

ยกนิ้วให้เลย
"นายเยี่ยมมาก"

:)

สายแข็งเพชรบูรณ์ 03-28-2010 10:21 PM

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆๆน่ะครับ


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:08 AM

Powered by vBulletin รุ่น 3.6.8 Copyright ©2000-2019, Jelsoft Enterprises Ltd.